@@ พระเอกไม่ได้มีแค่ในนิยาย @@
posted on 03 May 2008 16:28 by kaeyjung in MyMemoryเรื่องราวคนดีดี น่าชื่นชม ความกล้าหาญ ที่อยากให้ช่วยกันฟอร์เวิร์ดต่อๆกัน"


นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่อยากจะบอกต่อให้ทุกท่านที่มีโอกาสได้เข้ามาอ่านบทความในบล๊อกของเก๋ อันที่จริงเรื่องที่จะนำมายกย่องในวันนี้หลายๆท่านอาจจะคุ้นๆเหมือนเคยได้เห็น ได้อ่าน ได้ยิน ได้ดูข่าวทางโทรทัศน์มาบ้างแล้ว แต่เรามาร่วมกันสรรเสริญ วีรกรรมอันกล้าหารผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นรั้วของชาติอย่างแท้จริง... ขอน้อมระลึกด้วยความเคารพค่ะ
ร้อยตำรวจเอกธรณิศ ศรีสุข
เมื่อปลายปี 2550 ไฟใต้ยังคงลุกโชนอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนด้ามขวาน ถึงแม้จะดูเหมือนว่ากำลังเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองจะปฏิบัติการเชิงรุกอย่างได้ผล สามารถปิดล้อมตรวจค้นจับกุมทั้งแกนนำฝ่ายตรงข้ามกับแนวร่วมและสามารถยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมากก็ตาม
แต่ความรุนแรงของเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยังคงปรากฏให้เห็น เพราะกลุ่มโจรใต้อาศัยความชำนาญภูมิประเทศและการเป็น "เจ้าของพื้นที่" เป็นกลยุทธหลักและข้อได้เปรียบในการก่อเหตุร้ายอย่างไม่เลิกรา
ด้วยเหตุนี้ปฏิบัติการอย่างทุ่มเทของทหารตำรวจในพื้นที่ภาคใต้จึงยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นที่มาของเรื่องราวดุจดังตำนานแห่ง "วีรชนคนกล้า' ของชาติอันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าแผ่นดินไทยยังคงมีผู้ที่พร้อมจะสละทุกสิ่งแม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมืองและน้อมเกล้า ฯ ถวายเป็นราชพลี
เช้าวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2550 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ และในอีกหลาย ๆ จังหวัดได้พักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากหน้าที่การงานมาตลอดทั้งสัปดาห์ หลายๆคนได้ทานข้าวพร้อมหน้าพ่อ แม่ และลูก แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาไว้ซึ่งความเป็นปึกแผ่น เพื่อเป็นชาติไทย โดยไม่มีวันหยุด

ผู้กองแคน (คนที่สองจากขวา) ขณะลาดตระเวนบนถนน
ดังที่จังหวัดยะลาบนเส้นทางสายบันนังสตา - เขื่อนบางลาง "ชุดเคลื่อนที่เร็ว" จำนวน 12 นาย ซึ่งเป็นกำลังจากกองร้อยรบพิเศษที่ 1 กองกำกับการสนับสนุนทางอากาศตำรวจตระเวนชายแดนหรือที่รู้จักกันในนาม "พลร่ม ตชด." แห่งค่ายนเรศวร หัวหิน ได้ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่ต้องสงสัยเพื่อรักษาความปลอดภัยหลังได้เบาะแสว่ากลุ่มโจรใต้วางแผนที่จะดักซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่และประชาชนที่จะใช้เส้นทางดังกล่าว
เมื่อชุดเคลื่อนที่เร็วทั้ง 12 นาย ไปถึง "เนินนวรัตน์" ซึ่งภูมิประเทศสองข้างทางเป็นเนินสูง ปกคลุมไปด้วยป่ารกทึบ เอื้ออำนวยต่อการวางกำลังรอคอยเป้าหมายที่จะผ่านเข้ามาใน "พื้นที่สังหาร" ที่กำหนดไว้....
ร้อยตำรวจเอกหนุ่มวัยสามสิบ ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดเจ้าของร่างล่ำสันรู้สึกผิดปกติ และสำเนียกได้ถึงความเงียบเชียบที่แตกต่างจากทุกครั้ง มันเป็นเสมือนสิ่งบอกเหตุว่า มี "อะไรบางอย่าง" ที่เป็นอันตรายรอคอยอยู่เบื้องหน้า
"ผู้กองแคน" ของลูกน้องที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาโดยตลอดจึงสั่งหยุดเคลื่อนที่ เพื่อปฏิบัติตามยุทธวิธีและขั้นตอนของการรบนอกแบบ นั่นคือการใช้ "ส่วนล่วงหน้า" เดินเท้าเข้าตรวจสอบในบริเวณต้องสงสัย
ด้วยความองอาจและหัวใจแกล้วกล้าของนายตำรวจนักรบที่มีจิตวิญญาณความเป็น "ผู้นำ" อย่างเต็มเปี่ยม ผู้กองแคนอดีตนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่น 54 จึงทำหน้าที่ "ส่วนล่วงหน้า" ด้วยตนเองเหมือนเช่นทุกครั้งที่ออกปฏิบัติภารกิจซึ่งเขาจะต้องก้าวเท้านำหน้า พลร่ม ตชด. ที่อยู่ในทีม โดยไม่หวั่นไหวพรั่นพรึงต่ออันตรายใด ๆ
ผู้กองแคน (ขวาสุด) กับทีมพลร่ม ตชด.
อาวุธอัตโนมัติที่อยู่บนมือของร้อยตำรวจเอกแห่งตระกูล "ศรีสุข" กระชับแน่น สายตาที่เต็มไปด้วยประกายมุ่งมั่นมองกวาดไปยังแนวป่าบนเนินสองข้างทางอย่างระแวดระวัง นิ้วที่แตะอยู่บนไกปืนพร้อมที่จะเหนี่ยวยิงสาดกระสุนเข้าใส่บริเวณต้องสงสัยหากว่าเสียงปืนของฝ่ายตรงข้ามดังขึ้น
ไม่ไกลจากตำแหน่งที่ผู้กองหนุ่มแห่งค่ายนเรศวรกำลังเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ กลุ่มโจรใต้ไม่ต่ำกว่า 20 คน พร้อมอาวุธกำลังเล็งศูนย์เข้าใส่เป้าหมายของพวกมัน
กาลีแผ่นดินเหล่านั้นรู้จักหน้าค่าตาและชื่อเสียงของ "ผู้กองแคน" ในฐานะหัวหน้าชุด ตชด. แห่งฐานปฏิบัติการเขื่อนบางลาง ซึ่งเป็นนักรบจู่โจมที่มีผลงานยอดเยี่ยมมาโดยตลอด ทั้งในด้านยุทธการและการเข้าถึงมวลชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี จนทำให้ชาวบ้านหันมาให้ความร่วมมือกับทางการมากขึ้น
การปรากฏตัวของผู้กองแดนในเช้าวันปะทะจึงเป็นเสมือนการปรากฏของ "เป้าหมาย" ที่มีค่ามากที่สุดสำหรับการซุ่มโจมตี โจรใต้กลุ่มนั้นจึงหันปากกระบอกเล็งเข้าหาร่างของนายตำรวจหนุ่มเป็นจุดเดียว เพื่อที่จะระดมปืนเด็ดชีพคนเป็น "หัวหน้าชุด" ให้ได้เป็นลำดับแรก
แล้วในบัดดลนั้นกัมปนาทการยิงก็แผดสนั่นหวั่นไหวพร้อม ๆ กับวิถีกระสุนแดงวาบพุ่งลงมาเป็นห่าฝนวินาทีแรกที่เสียงปืนดังขึ้น ร้อยตำรวจเอกหนุ่มก็โผนเข้าหาที่กำบังด้วยสัญชาติญาณพร้อมกับร้องตะโกนสั่งให้ลูกทีมทำการยิงตอบโต้ ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มร่วงลงบนเนินมรณะ
. . . . การปะทะดำเนินไปอย่างดุเดือดนานกว่า 20 นาที และกำลังอีกชุดหนึ่งภายใต้การนำของ "ผู้กองช้าง" หรือร้อยตำรวจเอกสมรัฐ อาวรณ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดปะทะได้รีบเดินทางมาช่วยก่อนที่เสียงปืนจะสงบลง เมื่อฝ่ายตรงข้ามล่าถอยออกไป
นาทีชีวิตผู้กองแคนหลังการปะทะ
"ผู้กองถูกยิง ! วิทยุไปที่บ้านภักดี ขอ ฮ. มารับด่วน !"
เสียงของรองหัวหน้าชุดร้องตะโกนเสียงหลงในทันทีที่มองเห็นร่างของร้อยตำรวจเอกหนุ่ม แดงฉานไปด้วยเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ลำคอ บอกให้รู้ว่าผู้นำของชุดเคลื่อนที่เร็วต้องคมกระสุนได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการเป็นตายเท่ากัน.. !
ภายในห้องประชุมกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศค่าย "นเรศวร" อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอนสายวันเดียวกัน
นายตำรวจพลร่มชั้นสัญญาบัตรกำลังประชุมอยู่กับผู้บังคับการเพื่อเตรียมการเคลื่อนย้ายกำลังไปสับเปลี่ยนหน้าที่กับหน่วยที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามวงรอบทุก 6 เดือน ทุกคนต่างมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยมและกระหายที่จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อันตรายด้วยความมุ่งมั่น เพราะเท่าที่ผ่านมา "ชุดเคลื่อนที่เร็ว" ซึ่งเป็นหน่วยพลร่มจาก ตชด. ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมและไม่เคยสูญเสียกำลังพล
แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ของผู้การก็ดังขึ้นขัดจังหวะการประชุม สายตาทุกคู่จ้องมองไปยังผู้บังคับบัญชาซึ่งมียศสูงสุดในที่นั้น ก่อนที่ทุกคนจะเห็นสีหน้า และแววตาซึ่งเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน "ชุดลาดตระเวนของเราถูกซุ่มโจมตีที่ยะลา"
ผู้บังคับการพลร่มพยายามบังคับเสียงอย่างคนที่ข่มความรู้สึกขณะที่กล่าวถ้อยคำซึ่งไม่ต่างอะไรกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางหัวใจของทุกคนที่ได้ยิน
"ไอ้แคนตาย.. เมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง"

ผู้กองแคนใน พท.ภาคใต้
นายตำรวจหนุ่มผู้ซึ่งพลีชีพเพื่อรักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่สมรภูมิแดนใต้ในเช้าวันนั้นก็คือ ร้อยตำรวจเอก "ธรณิศ ศรีสุข" รองผู้บังคับการกองร้อยรบพิเศษที่ 1 กองกำกับการสนับสนุนทางอากาศ ตำรวจตระเวนชายแดนผู้เป็นแบบฉบับของ "ชายชาตินักรบ" ซึ่งสมควรได้รับการยกย่องในฐานะวีรบุรุษของชาติผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์อันสูงส่งตราบจนลมหายใจของชีวิต
ร้อยตำรวจเอกธรณิศฯ หรือผู้กองแคน เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2520 ที่จังหวัดขอนแก่น เป็นบุตรชายของรองศาสตรจารย์ด็อกเตอร์เกรียงศักดิ์ ศรีสุข อดีตคณบดีคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยน้ำบาดาล ภาควิชาเทคโนโลยีธรณี ส่วนมารดาคือ รองศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิงนิธิภาวี อดีตคณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ชีวิตในวัยเด็กของร้อยตำรวจเอกธรณิศเติบโตที่จังหวัดขอนแก่นพร้อมกับน้องชายเพียงคนเดียวคือนายแพทย์ธราธิป โดยบิดามารดาตั้งชื่อเล่นให้เขาว่า "แคน" ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของแผ่นดินอีสาน แคนเริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่นจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนจะติดตามบิดาไปศึกษาต่อที่ประเทศแคนนาดาเมื่อปี 2533
เมื่อกลับมาเมืองไทย จึงเข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยา จนกระทั่งถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จึงไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อปี 2538 โดยเลือกเหล่าตำรวจด้วยความใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็น ตชด. เพื่อรับใช้ชาติและปกป้องคุ้มครองพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล
รองศาสตรจารย์ด็อกเตอร์เกรียงศักดิ์ ซึ่งเดินทางมากรุงเทพเพื่อร่วมงาน "วันตำรวจ" และบันทึกเทปรายการ "เจาะใจ" ระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้เล่าถึงเรื่องราวบางตอนของบุตรชายให้ผู้เขียนฟังว่า
"สมัยนั้นนักเรียนวัยรุ่นในขอนแก่นจะรู้จักแคนมาก แคนเป็นคนรักเพื่อน ชอบการต่อสู้ผจญภัย เคยแอบไปชกมวยชิงรางวัลตามหมู่บ้านมา 2-3 ครั้ง จนหมอแจงซึ่งเป็นคุณแม่ตกใจ"
ต่อมาแคนไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร โดยเลือกเหล่าตำรวจและสอบได้เป็นที่หนึ่งในส่วนของตำรวจทำให้ทุกคนในครอบครัวภูมิใจในตัวแคนมาก ระหว่างที่เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 38 แคน ซึ่งมีคะแนนสอบยอดเยี่ยม ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายตอน 4 ทำหน้าที่นักเรียนปกครอง บังคับบัญชาดูแลรุ่นน้องและเพื่อน ๆ และเมื่อขึ้นเหล่าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 54 แคนก็ได้เป็นนักเรียนบังคับบัญชา เป็นนักกีฬาหลายประเภท เป็นหัวหน้าชมรมยูโด นักแม่นปืน นักมวย ฯลฯ
เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เขาเป็นที่รู้จักของรุ่นน้อง ๆ และรุ่นพี่ ๆ ในฐานะนักเรียนนายร้อยตำรวจที่เรียนเก่ง มีอุดมการณ์ และได้คะแนนสอบตอนเรียนจบในลำดับต้น ๆ ซึ่งมีสิทธิที่จะเลือกรับราชการที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพักในท้องที่ "เกรด A" การเป็น "นายเวร" หรือ นายตำรวจติดตามผู้บังคับบัญชาระดับสูง หรือแม้กระทั่งการลาไปศึกษาต่อต่างประเทศ
แต่สิ่งที่แคนเลือกกลับกลายเป็นการหันหลังให้สิ่งเหล่านั้นอย่างคนมีอุดมการณ์ แรงกล้า เขาเลือกที่จะละทิ้งชีวิตแสงสีความศิวิไลซ์หรูหรา แบบ "สุขนิยม" ทั้งที่สามารถกระทำได้แล้วมุ่งหน้าไปสู่การใช้ชีวิตกลางป่าของลำเนาไพรในฐานะ "ตำรวจตระเวนชายแดน"
แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าชีวิตของ ตชด. หมายถึงชีวิตที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย แวดล้อมไปด้วยความยากลำบากแต่เค้ารักที่จะเป็นเช่นนั้น แคนภูมิใจกับงานที่เค้าได้ทำและมีความสุขทุกครั้งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องดูแลผืนแผ่นดินไทยของเขาจนลมหายใจสุดท้าย




"แม่บอกไม่ถูกว่าเสียใจมากเพียงใด แต่เมื่อวันพระราชทานเพลิงศพเราได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก"พระราชินี" ท่านเสด็จมาเป็นประธานในงานของแคน ท่านตรัสว่าประเทศไทยต้องการคนอย่างแคน แคนเป็นคนดี เป็นบุคคลที่พึงยกย่องและเป็นเยี่ยงอย่าง" และนี่คือส่วนหนึ่งในบทสัมภาษณ์ของรองศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิงนิธิภาวี มรดาของ "ผู้กองแคน" วีรบุรุษของคนไทย คือพระเอกในดวงใจของฉัน
ขอขอบคุณเมล์ดีดี จากลูกค้าใจดี๊ใจดี ฟอร์เวิร์ดเรื่องราวอันน่าประทับใจมาให้เก๋และคนไทยหลายท่านได้รับรู้ถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่สมควรแก่การเชิดชูเป็นเยี่ยงอย่าง
เมื่อมองย้อนดูตัวเองที่เศร้าสร้อยกับความสูญเสียอันเล็กน้อยนักมันช่างดูไร้สาระเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับความสูยเสียของครอบครัว"ศรีสุข"
ณ วันนี้ถ้าถามว่าเก๋สามารถทำอะไรเพื่อประเทศชาติบ้างคงทำได้เพียงยืนตรงเคารพธงชาติ และระลึกถึงคุณงามความดีของวีรบุรุษผู้กล้าที่ยอมสละชีพเพื่อดำรงค์ไว้ซึ่งความเป็นปึกแผ่น ความเป็นชาติไทยเฉกเช่นทุกวันนี้
สุดท้ายนี้ขอไว้อาลัยต่อดวงวิญญานของวีรบุรุษผู้กล้าขอให้ท่านเหล่านั้นจงไปสู่สุขคติภพ ตลอดจนบรรดาเหล่าทหารหารทุกท่านที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกท่านขอให้เค้าเหล่านั้นปลอดภัยด้วยเทอญ
edit @ 6 May 2008 21:17:54 by RBoDaBe
edit @ 6 May 2008 21:21:37 by RBoDaBe
edit @ 30 Jun 2008 21:47:13 by RBoDaBe
....ขอบคุณสำหรับทุก Comend ค่ะ....
#1 By RBoDaBe on 2008-05-04 23:13