เรื่องราวคนดีดี น่าชื่นชม ความกล้าหาญ  ที่อยากให้ช่วยกันฟอร์เวิร์ดต่อๆกัน"

นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่อยากจะบอกต่อให้ทุกท่านที่มีโอกาสได้เข้ามาอ่านบทความในบล๊อกของเก๋ อันที่จริงเรื่องที่จะนำมายกย่องในวันนี้หลายๆท่านอาจจะคุ้นๆเหมือนเคยได้เห็น ได้อ่าน ได้ยิน ได้ดูข่าวทางโทรทัศน์มาบ้างแล้ว แต่เรามาร่วมกันสรรเสริญ วีรกรรมอันกล้าหารผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นรั้วของชาติอย่างแท้จริง... ขอน้อมระลึกด้วยความเคารพค่ะ

ร้อยตำรวจเอกธรณิศ ศรีสุข


เมื่อปลายปี 2550 ไฟใต้ยังคงลุกโชนอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนด้ามขวาน ถึงแม้จะดูเหมือนว่ากำลังเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองจะปฏิบัติการเชิงรุกอย่างได้ผล สามารถปิดล้อมตรวจค้นจับกุมทั้งแกนนำฝ่ายตรงข้ามกับแนวร่วมและสามารถยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมากก็ตาม


แต่ความรุนแรงของเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยังคงปรากฏให้เห็น เพราะกลุ่มโจรใต้อาศัยความชำนาญภูมิประเทศและการเป็น 
"เจ้าของพื้นที่" เป็นกลยุทธหลักและข้อได้เปรียบในการก่อเหตุร้ายอย่างไม่เลิกรา


ด้วยเหตุนี้ปฏิบัติการอย่างทุ่มเทของทหารตำรวจในพื้นที่ภาคใต้จึงยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นที่มาของเรื่องราวดุจดังตำนานแห่ง "วีรชนคนกล้า' ของชาติอันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าแผ่นดินไทยยังคงมีผู้ที่พร้อมจะสละทุกสิ่งแม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมืองและน้อมเกล้า ฯ ถวายเป็นราชพลี


เช้าวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2550 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ และในอีกหลาย ๆ จังหวัดได้พักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากหน้าที่การงานมาตลอดทั้งสัปดาห์ หลายๆคนได้ทานข้าวพร้อมหน้าพ่อ แม่ และลูก  แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาไว้ซึ่งความเป็นปึกแผ่น เพื่อเป็นชาติไทย โดยไม่มีวันหยุด



ผู้กองแคน (คนที่สองจากขวา) ขณะลาดตระเวนบนถนน


ดังที่จังหวัดยะลาบนเส้นทางสายบันนังสตา - เขื่อนบางลาง "ชุดเคลื่อนที่เร็ว" จำนวน 12 นาย ซึ่งเป็นกำลังจากกองร้อยรบพิเศษที่ 1 กองกำกับการสนับสนุนทางอากาศตำรวจตระเวนชายแดนหรือที่รู้จักกันในนาม "พลร่ม ตชด." แห่งค่ายนเรศวร หัวหิน ได้ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่ต้องสงสัยเพื่อรักษาความปลอดภัยหลังได้เบาะแสว่ากลุ่มโจรใต้วางแผนที่จะดักซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่และประชาชนที่จะใช้เส้นทางดังกล่าว

เมื่อชุดเคลื่อนที่เร็วทั้ง 12 นาย ไปถึง  "เนินนวรัตน์"  ซึ่งภูมิประเทศสองข้างทางเป็นเนินสูง  ปกคลุมไปด้วยป่ารกทึบ เอื้ออำนวยต่อการวางกำลังรอคอยเป้าหมายที่จะผ่านเข้ามาใน "พื้นที่สังหาร" ที่กำหนดไว้....

ร้อยตำรวจเอกหนุ่มวัยสามสิบ ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดเจ้าของร่างล่ำสันรู้สึกผิดปกติ และสำเนียกได้ถึงความเงียบเชียบที่แตกต่างจากทุกครั้ง มันเป็นเสมือนสิ่งบอกเหตุว่า มี "อะไรบางอย่าง" ที่เป็นอันตรายรอคอยอยู่เบื้องหน้า


"ผู้กองแคน" ของลูกน้องที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาโดยตลอดจึงสั่งหยุดเคลื่อนที่ เพื่อปฏิบัติตามยุทธวิธีและขั้นตอนของการรบนอกแบบ นั่นคือการใช้ "ส่วนล่วงหน้า" เดินเท้าเข้าตรวจสอบในบริเวณต้องสงสัย

ด้วยความองอาจและหัวใจแกล้วกล้าของนายตำรวจนักรบที่มีจิตวิญญาณความเป็น  "ผู้นำ" อย่างเต็มเปี่ยม ผู้กองแคนอดีตนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่น 54 จึงทำหน้าที่ "ส่วนล่วงหน้า" ด้วยตนเองเหมือนเช่นทุกครั้งที่ออกปฏิบัติภารกิจซึ่งเขาจะต้องก้าวเท้านำหน้า พลร่ม ตชด. ที่อยู่ในทีม โดยไม่หวั่นไหวพรั่นพรึงต่ออันตรายใด ๆ

ผู้กองแคน (ขวาสุด) กับทีมพลร่ม ตชด.

อาวุธอัตโนมัติที่อยู่บนมือของร้อยตำรวจเอกแห่งตระกูล "ศรีสุข" กระชับแน่น สายตาที่เต็มไปด้วยประกายมุ่งมั่นมองกวาดไปยังแนวป่าบนเนินสองข้างทางอย่างระแวดระวัง นิ้วที่แตะอยู่บนไกปืนพร้อมที่จะเหนี่ยวยิงสาดกระสุนเข้าใส่บริเวณต้องสงสัยหากว่าเสียงปืนของฝ่ายตรงข้ามดังขึ้น

ไม่ไกลจากตำแหน่งที่ผู้กองหนุ่มแห่งค่ายนเรศวรกำลังเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ กลุ่มโจรใต้ไม่ต่ำกว่า 20 คน พร้อมอาวุธกำลังเล็งศูนย์เข้าใส่เป้าหมายของพวกมัน

กาลีแผ่นดินเหล่านั้นรู้จักหน้าค่าตาและชื่อเสียงของ "ผู้กองแคน" ในฐานะหัวหน้าชุด ตชด. แห่งฐานปฏิบัติการเขื่อนบางลาง ซึ่งเป็นนักรบจู่โจมที่มีผลงานยอดเยี่ยมมาโดยตลอด ทั้งในด้านยุทธการและการเข้าถึงมวลชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี จนทำให้ชาวบ้านหันมาให้ความร่วมมือกับทางการมากขึ้น

การปรากฏตัวของผู้กองแดนในเช้าวันปะทะจึงเป็นเสมือนการปรากฏของ "เป้าหมาย" ที่มีค่ามากที่สุดสำหรับการซุ่มโจมตี โจรใต้กลุ่มนั้นจึงหันปากกระบอกเล็งเข้าหาร่างของนายตำรวจหนุ่มเป็นจุดเดียว เพื่อที่จะระดมปืนเด็ดชีพคนเป็น "หัวหน้าชุด" ให้ได้เป็นลำดับแรก


แล้วในบัดดลนั้นกัมปนาทการยิงก็แผดสนั่นหวั่นไหวพร้อม ๆ กับวิถีกระสุนแดงวาบพุ่งลงมาเป็นห่าฝนวินาทีแรกที่เสียงปืนดังขึ้น ร้อยตำรวจเอกหนุ่มก็โผนเข้าหาที่กำบังด้วยสัญชาติญาณพร้อมกับร้องตะโกนสั่งให้ลูกทีมทำการยิงตอบโต้  ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มร่วงลงบนเนินมรณะ

. . . . การปะทะดำเนินไปอย่างดุเดือดนานกว่า 20 นาที   และกำลังอีกชุดหนึ่งภายใต้การนำของ    "ผู้กองช้าง" หรือร้อยตำรวจเอกสมรัฐ อาวรณ์  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดปะทะได้รีบเดินทางมาช่วยก่อนที่เสียงปืนจะสงบลง เมื่อฝ่ายตรงข้ามล่าถอยออกไป

 
นาทีชีวิตผู้กองแคนหลังการปะทะ


"ผู้กองถูกยิง ! วิทยุไปที่บ้านภักดี ขอ ฮ. มารับด่วน !"

เสียงของรองหัวหน้าชุดร้องตะโกนเสียงหลงในทันทีที่มองเห็นร่างของร้อยตำรวจเอกหนุ่ม แดงฉานไปด้วยเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ลำคอ บอกให้รู้ว่าผู้นำของชุดเคลื่อนที่เร็วต้องคมกระสุนได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการเป็นตายเท่ากัน.. !
 
ภายในห้องประชุมกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศค่าย "นเรศวร" อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอนสายวันเดียวกัน
 
นายตำรวจพลร่มชั้นสัญญาบัตรกำลังประชุมอยู่กับผู้บังคับการเพื่อเตรียมการเคลื่อนย้ายกำลังไปสับเปลี่ยนหน้าที่กับหน่วยที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามวงรอบทุก 6 เดือน ทุกคนต่างมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยมและกระหายที่จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อันตรายด้วยความมุ่งมั่น เพราะเท่าที่ผ่านมา "ชุดเคลื่อนที่เร็ว" ซึ่งเป็นหน่วยพลร่มจาก ตชด. ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมและไม่เคยสูญเสียกำลังพล

แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ของผู้การก็ดังขึ้นขัดจังหวะการประชุม สายตาทุกคู่จ้องมองไปยังผู้บังคับบัญชาซึ่งมียศสูงสุดในที่นั้น ก่อนที่ทุกคนจะเห็นสีหน้า และแววตาซึ่งเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน    "ชุดลาดตระเวนของเราถูกซุ่มโจมตีที่ยะลา"

ผู้บังคับการพลร่มพยายามบังคับเสียงอย่างคนที่ข่มความรู้สึกขณะที่กล่าวถ้อยคำซึ่งไม่ต่างอะไรกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางหัวใจของทุกคนที่ได้ยิน

"ไอ้แคนตาย.. เมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง"


ผู้กองแคนใน พท.ภาคใต้
 
นายตำรวจหนุ่มผู้ซึ่งพลีชีพเพื่อรักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่สมรภูมิแดนใต้ในเช้าวันนั้นก็คือ ร้อยตำรวจเอก "ธรณิศ ศรีสุข" รองผู้บังคับการกองร้อยรบพิเศษที่ 1 กองกำกับการสนับสนุนทางอากาศ ตำรวจตระเวนชายแดนผู้เป็นแบบฉบับของ "ชายชาตินักรบ" ซึ่งสมควรได้รับการยกย่องในฐานะวีรบุรุษของชาติผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์อันสูงส่งตราบจนลมหายใจของชีวิต
 
ร้อยตำรวจเอกธรณิศฯ หรือผู้กองแคน เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2520 ที่จังหวัดขอนแก่น เป็นบุตรชายของรองศาสตรจารย์ด็อกเตอร์เกรียงศักดิ์ ศรีสุข อดีตคณบดีคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยน้ำบาดาล ภาควิชาเทคโนโลยีธรณี ส่วนมารดาคือ รองศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิงนิธิภาวี อดีตคณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 
ชีวิตในวัยเด็กของร้อยตำรวจเอกธรณิศเติบโตที่จังหวัดขอนแก่นพร้อมกับน้องชายเพียงคนเดียวคือนายแพทย์ธราธิป โดยบิดามารดาตั้งชื่อเล่นให้เขาว่า "แคน" ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของแผ่นดินอีสาน แคนเริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่นจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนจะติดตามบิดาไปศึกษาต่อที่ประเทศแคนนาดาเมื่อปี 2533
 
เมื่อกลับมาเมืองไทย จึงเข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยา จนกระทั่งถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  จึงไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อปี 2538 โดยเลือกเหล่าตำรวจด้วยความใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็น ตชด. เพื่อรับใช้ชาติและปกป้องคุ้มครองพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล
 
รองศาสตรจารย์ด็อกเตอร์เกรียงศักดิ์ ซึ่งเดินทางมากรุงเทพเพื่อร่วมงาน "วันตำรวจ" และบันทึกเทปรายการ "เจาะใจ" ระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้เล่าถึงเรื่องราวบางตอนของบุตรชายให้ผู้เขียนฟังว่า
 
"สมัยนั้นนักเรียนวัยรุ่นในขอนแก่นจะรู้จักแคนมาก แคนเป็นคนรักเพื่อน ชอบการต่อสู้ผจญภัย เคยแอบไปชกมวยชิงรางวัลตามหมู่บ้านมา 2-3 ครั้ง จนหมอแจงซึ่งเป็นคุณแม่ตกใจ"

ต่อมาแคนไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร โดยเลือกเหล่าตำรวจและสอบได้เป็นที่หนึ่งในส่วนของตำรวจทำให้ทุกคนในครอบครัวภูมิใจในตัวแคนมาก ระหว่างที่เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 38 แคน ซึ่งมีคะแนนสอบยอดเยี่ยม ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายตอน 4 ทำหน้าที่นักเรียนปกครอง บังคับบัญชาดูแลรุ่นน้องและเพื่อน ๆ และเมื่อขึ้นเหล่าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 54 แคนก็ได้เป็นนักเรียนบังคับบัญชา เป็นนักกีฬาหลายประเภท เป็นหัวหน้าชมรมยูโด นักแม่นปืน นักมวย ฯลฯ
 

เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เขาเป็นที่รู้จักของรุ่นน้อง ๆ และรุ่นพี่ ๆ ในฐานะนักเรียนนายร้อยตำรวจที่เรียนเก่ง มีอุดมการณ์ และได้คะแนนสอบตอนเรียนจบในลำดับต้น ๆ ซึ่งมีสิทธิที่จะเลือกรับราชการที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพักในท้องที่  "เกรด A"  การเป็น  "นายเวร"  หรือ นายตำรวจติดตามผู้บังคับบัญชาระดับสูง หรือแม้กระทั่งการลาไปศึกษาต่อต่างประเทศ
 
แต่สิ่งที่แคนเลือกกลับกลายเป็นการหันหลังให้สิ่งเหล่านั้นอย่างคนมีอุดมการณ์ แรงกล้า เขาเลือกที่จะละทิ้งชีวิตแสงสีความศิวิไลซ์หรูหรา แบบ "สุขนิยม" ทั้งที่สามารถกระทำได้แล้วมุ่งหน้าไปสู่การใช้ชีวิตกลางป่าของลำเนาไพรในฐานะ  "ตำรวจตระเวนชายแดน"
 
แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าชีวิตของ ตชด. หมายถึงชีวิตที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย แวดล้อมไปด้วยความยากลำบากแต่เค้ารักที่จะเป็นเช่นนั้น  แคนภูมิใจกับงานที่เค้าได้ทำและมีความสุขทุกครั้งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องดูแลผืนแผ่นดินไทยของเขาจนลมหายใจสุดท้าย

 

 

 

"แม่บอกไม่ถูกว่าเสียใจมากเพียงใด แต่เมื่อวันพระราชทานเพลิงศพเราได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก"พระราชินี" ท่านเสด็จมาเป็นประธานในงานของแคน ท่านตรัสว่าประเทศไทยต้องการคนอย่างแคน แคนเป็นคนดี เป็นบุคคลที่พึงยกย่องและเป็นเยี่ยงอย่าง" และนี่คือส่วนหนึ่งในบทสัมภาษณ์ของรองศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิงนิธิภาวี มรดาของ "ผู้กองแคน" วีรบุรุษของคนไทย คือพระเอกในดวงใจของฉัน

ขอขอบคุณเมล์ดีดี จากลูกค้าใจดี๊ใจดี ฟอร์เวิร์ดเรื่องราวอันน่าประทับใจมาให้เก๋และคนไทยหลายท่านได้รับรู้ถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่สมควรแก่การเชิดชูเป็นเยี่ยงอย่าง

เมื่อมองย้อนดูตัวเองที่เศร้าสร้อยกับความสูญเสียอันเล็กน้อยนักมันช่างดูไร้สาระเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับความสูยเสียของครอบครัว"ศรีสุข"

ณ วันนี้ถ้าถามว่าเก๋สามารถทำอะไรเพื่อประเทศชาติบ้างคงทำได้เพียงยืนตรงเคารพธงชาติ และระลึกถึงคุณงามความดีของวีรบุรุษผู้กล้าที่ยอมสละชีพเพื่อดำรงค์ไว้ซึ่งความเป็นปึกแผ่น ความเป็นชาติไทยเฉกเช่นทุกวันนี้

สุดท้ายนี้ขอไว้อาลัยต่อดวงวิญญานของวีรบุรุษผู้กล้าขอให้ท่านเหล่านั้นจงไปสู่สุขคติภพ ตลอดจนบรรดาเหล่าทหารหารทุกท่านที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกท่านขอให้เค้าเหล่านั้นปลอดภัยด้วยเทอญ

edit @ 6 May 2008 21:17:54 by RBoDaBe

edit @ 6 May 2008 21:21:37 by RBoDaBe

edit @ 30 Jun 2008 21:47:13 by RBoDaBe

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คือเราได้อ่านเมล์จากลูกค้าท่านหนึ่งเค้าส่งเมล์มาให้ ยอมรับ่าทันทีที่อ่านสติเกิด ปัญญาวิ่งใส่อย่างจัง...นี่เราจะมัวมานั่งหวังลมๆแล้งๆว่าเค้าจะกลับมาได้แล้ว(อ่ะๆบ้าป่าว) ความเสียใจที่เราว่าหนักหนามันเทียบไม่ได้กับความสูญเสียที่ขอครอบครัวผู้กองแคน อยากให้ทุกท่านได้รับรู้เรื่องราวอันน่าพึ่งสรรเสริญนี้ค่ะ

....ขอบคุณสำหรับทุก Comend ค่ะ....
big smile open-mounthed smile confused smile surprised smile big smile

#1 By RBoDaBe on 2008-05-04 23:13



น้ำตาซึม...



ทำไมคนดีๆถึงมีเวลาอยู่บนโลกใบนี้สั้นนึก หรือว่าเพราะข้างบนฟ้าไม่ต้องลำบากเหมือนอยู่บนโลกใบนี้?


ทุกวันนี้ คำว่า "อุดมการณ์" แทบจะหายไปจากสังคมไทย มีแต่คำว่า "เงินตรา" เข้ามาแทนที่ ยิ่งคิดยิ่งน่าใจหาย..


ขอให้ดวงวิญญาณของผู้กองแคนจงไปสู่สุขติ หลับให้สบายนะครับ ท่านเหนื่อยมาเยอะแล้ว และขอบคุณทหารกล้าทุกนาย ที่เสียสละใช้ชีวิตอยู่ชายแดน เป็นรั้วของชาติ


ขอให้คนบางกลุ่มที่คิดผิด สำนึกผิดในเร็ววันด้วยเทอญ เพราะสิ่งที่พวกเค้ากำลังทำ มันเป็นบาปกรรมที่หนักหนายิ่งนัก


ขอให้ดาวเลยละกัน สำหรับ entry นี่ Hot! Hot!

ปล. กี่ชีวิตที่ต้องแลกไป เพื่อพยายามปกป้องผืนแผ่นดิน แต่ลองดูคนบางกลุ่มที่มองประเทศชาติเป็นของเล่นดูสิ น่าอดสูยิ่งนัก

#2 By >t-O.y: on 2008-05-04 23:39

นี่แหละหนาผู้เสียสละ ผู้กล้า

#3 By little Dog on 2008-05-05 00:40

ขอให้ทุกท่านที่ยอมทำงานลำบากเพื่อคนไทย และชาติ
จงประสบแต่ความเจริญ และ ปราศจากภัยร้อยมากล้ำกรายโดยไว...

อ่านเรื่องพวกนี้แล้วซึ้ง อึ้ง ทุกครั้งจริงๆครับ
ว่าเวลาที่เรานั่งพิมพ์ สัมผัสนิ้วบนคอมพิวเตอร์โดยไร้ประโยชน์นี้
กำลังมีหลายๆคนต้องบากบั่น และทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อปกป้องของสำคัญอยู่

#4 By c vane on 2008-05-05 01:24

ร่วมชื่นชม..คนกล้าหาญค่ะ..
big smile
ขอให้ดวงวิญญาณจงไปสู่สุขคติภพด้วยเทอญ
แด่ผู้เสียสละยิ่งของชาติ
ขอให้บุคคลในครอบครัวของแคนสุขภาพแข็งแรง และขอพระคุ้มครองค่ะ

#6 By ~ N ~ on 2008-05-05 19:25

อยากรู้จักตัวตนของ "ผู้กองแคน" มากขึ้น ลองสอบถาม ผู้กอง"ตาแดง" ได้นะครับ
http://redeyes.exteen.com/

#7 By -^คอราบ^- on 2008-05-06 11:24

ภูมิใจในตัวผู้กองแคนมาก ๆ ครับ ขอให้ครอบครัวของแคนมีความสุขตลอดไป

#8 By เจ้าชายน้อย on 2008-05-06 14:01

อธิษฐานกันครับ อยากให้เกิดเมฆหมอกแห่งความเลวร้ายพัดผ่านไปเสียที
ขอให้ดวงวิญญาณของ ผู้กองแคน ไปสู่สุคติ ด้วยค่ะ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ศรีสุข ทุกท่าน ขอบคุณผู้กองแคนที่รักษาบ้านเกิด แผ่นดินไทยไว้ให้พวกเรา ขอให้ความดีของคุณเป็นต้นแบบให้ทหาร และคนไทยต่อไป นานๆ ขอให้กำลัใจแก่ทหาร ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปลอดภัยจากอันรายทั้งปวง พวกอมนุษย์ชั่ยจงได้รับกรรมยิ่งกว่าที่มันทำกับผู้กองแคนของพวกเรา ขอสาปแช่งให้มันได้รับกรรม ต้องชดใช้อย่างสาสมที่สุด

#10 By rusleeping on 2008-05-06 23:25

มาทักทายวันหยุดจ้า big smile

#11 By ~ N ~ on 2008-05-11 11:22